ความลับของเมล่อนสายพันธ์ฝรั่งเศสพร้อมงานวิจัย

ความลับของเมล่อนสายพันธ์ฝรั่งเศสพร้อมงานวิจัย

เมล่อนประเทศฝรั่งเศส ที่สุดแห่งการค้นพบสารต้านอนุมูลอิสระ ศาสตร์แห่งผิวพรรณ ทางเลือกใหม่สำหรับการบำรุงผิวพรรณให้ดูขาว เรียบเนียน แลดูเด็กกว่าวัย

เมล่อนสายพันธุ์ฝรั่งเศสนี้สามารถคงความสดได้นานกว่าเมล่อนทั่วไป 15 วันหรือสามารถเก็บไว้ได้นานกว่า 3 ถึง 4 เท่า ด้วยการปรับปรุงสายพันธุ์เมล่อนแบบดั้งเดิม สถาบัน ISO CELL สถาบันวิจัยระดับโลกซึ่งเป็นผู้นำที่มีความเชี่ยวชาญในการค้นคว้าวิจัยด้าน anti-aging ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ทำการวิจัยจนค้นพบว่า เมล่อนสายพันธุ์ฝรั่งเศสมีระดับของสารต้านอนุมูลอิสระจำพวกซุปเปอร์ ออกไซด์ดิสมิวเทส (SOD) สูง

 

การวิจัยพบว่า เมล่อนฝรั่งเศส หรือ สารสกัดจากเมล่อนฝรั่งเศส มีสารสำคัญ คือ GliSODin SOD (Superoxide Dismutase) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง มีคุณสมบัติพิเศษอย่างชัดเจนที่แตกต่างจากสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น คือ สามารถรีไซเคิลได้ที่ตับและกลับมาจัดการอับอนุมูลอิสระได้อีก โดยเมล่อนสายพันธุ์พิเศษจากประเทศฝรั่งเศส ที่มีสาร SOD สูงกว่าพันธุ์ทั่วไปถึง 7 เท่า สำหรับปกป้องเซลล์ DNA จากการทำลายของอนุมูลอิสระ ระดับซูปเปอร์ออกไซด์ (ตัวการให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ) ได้อย่างสิ้นเชิง โดย SOD จะสร้างเอนไซม์ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายได้ ร่างกายจึงเกิดความพร้อมในการดูแลปกป้องผิว ไม่ว่าจากแสงแดด มลพิษ หรือความเครียด 
โดยปริมาณที่แนะนำต่อวันเพียง 250 – 500 mg

ผลการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดย European Journal of Dermatology 2007 การรับประทาน GliSODin 500 mg ต่อวัน เป็นเวลา 4 สัปดาห์ ช่วยให้ผิวมีความทนต่อแสงแดดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคุณสมบัติของ SOD ช่วยปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ จึงช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิวหนังในระหว่างและหลังถูกแสงแดด ทำให้ความแดงของผิวที่บ่งบอกถึงการอักเสบจางหายได้เร็วขึ้น 
ซึ่งกลไกนี้แตกต่างจาก L-Glutathione ที่ทำให้ผิวขาวโดยไปยับยั้งเม็ดสีเพียงอย่างเดียว

SOD ยังมีคุณสมบัติในการช่วยปกป้องเซลล์ต่อการถูกทำลายจากรังสียูวี เสริมสร้างการป้องกันทั้ง UVA และ UVB รวมไปถึง มลภาวะต่างๆ จึงช่วยป้องไม่ให้ DNA และคอลลาเจนถูกทำลาย พร้อมทั้งป้องกัน
ให้ร่างกายไม่กระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวเข้ม ซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอย ฝ้า กระ จุดด่างดำ ความหมองคล้ำ ซึ่งการป้องกันมีความสำคัญมากกว่าการซ่อมแซม เพราะการซ่อมแซม ไม่ดีเท่าการที่เซลล์สุขภาพดี 
ผิวจึงยังคงความเรียบเนียน แลดูสดใส ชะลอการเกิดและลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยอันควร และช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอและถือเป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย

About the author

admin2 administrator